หน้าที่ของสถาบันครอบครัวหมายถึง

ในความหมายของ “ครอบครัว” ในระดับสากลนั้นหมายถึงคนกลุ่มคนที่อยู่ร่วมกันมากกว่า 1 คน มีเลือดเนื้อเชื้อสายเดียวกัน มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดร่วมกัน เช่น พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ลูก หลาน ถือเป็นสมาชิกครอบครัว เราจึงสามารถเรียกได้ว่าเป็นสถาบันสังคมขนาดย่อมภายในสังคมที่ประกอบไปด้วยผู้คนมากมาย เป็นจุดหมายแรกที่คนเราจะเติมโต ได้รับการอบรมสั่งสอนจนกลายเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ เราสามารถแบ่งบทบาทหน้าที่ทางครอบครัวออกได้หลายชนิด ซึ่งแต่อย่างก็ล้วนมีบทบาทที่สำคัญแตกต่างกันออกไป ได้แก่ 1.บทบาทในการสร้างสมาชิกใหม่ เป็นเรื่องธรรมดาที่เมื่อมีคู่ครองก็จะต้องมีลูกหลานเอาไว้สืบวงศ์ตระกูล หรือ หากไม่มีบุตรก็สามารถที่จะรับเลี้ยงบุตรบุญธรรม มันเป็นเรื่องสำคัญสุดของอารยะธรรมมนุษย์หากไม่มีการสืบทอดมนุษย์คงจะสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว 2.บทบาทในการอบรมสั่งสอน ครอบครัวเป็นโรงเรียนแห่งแรกของเด็กทุกคน สมาชิกผู้ใหญ่จะต้องทำหน้าที่อบรมสั่งในมารยาททางสั่งคม บทบาทการเป็นพลเมืองที่ดี สอนให้รู้จักกับค่านิยมที่ถูกต้องทางวัฒนธรรม 3.บทบาททางเศรษฐกิจ สมาชิกทุกคนจะต้องมีหน้าที่การงานทำ สามารถเลี้ยงดูตนเองและสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัว คอยดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างเช่นพ่อแม่ที่ทำงานหาเงินส่งลูกเลี้ยง เมื่อผ่านไปช่วงเวลาหนึ่งพ่อแม่แก่เฒ่า ลูกหลานจึงทำงานเพื่อเลี้ยงดูพ่อแม่ 4.บทบาทในด้านการศึกษา ครอบครัวจะต้องสนับสนุนให้สมาชิกมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ ส่งพวกเขาเข้าโรงเรียนเมื่อถึงวัยอันควร เพื่อให้พวกเขาพร้อมกับการทำงานด้วยการเรียนรู้ทักษะในการประกอบอาชีพภายในโรงเรียน 5.บทบาทในทางศาสนา ศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของคนทั้งประเทศ เราจึงควรร่วมกันถ่ายทอดและปลูกฝังความศรัทธาของศาสนาประจำชาติเรา โดยสอนเพื่อให้ลูกหลานปฏิบัติตามหลักคำสั่งสอนทางศาสนา เพื่อให้ คิดดี ทำดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม จุดเด่นของสถาบันครอบครัวของไทย จึงเห็นได้ว่าโครงสร้างทางสถานบันครอบครัวนั้นสอนให้สมาชิกช่วยเหลือซึ่งกันและกัน […]

บทบาทของหลานที่มีต่อปู่ย่า

ลูกหลานมีบทบาทสำคัญในการดูแลปู่ย่า – ตายายของตนเองไม่แพ้กับคนเป็นพ่อเป็นแม่ พวกท่านเปรียบเสมือนกับพ่อแม่คนที่สองที่มักจะคอยเอาใจใส่บุตรหลานเป็นพิเศษ ท่านมักจะใจอ่อนคอยเป็นที่พึงให้กับหลานตลอดเวลา ในยามที่ถูกพ่อแม่ดุก็มักจะออกรับหน้าแทนให้ ในสังคมไทยเราเห็นตัวอย่างได้ชัดเลยว่าส่วนใหญ่มักจะเอาลูกให้พ่อแม่ตนเองเลี้ยง ส่วนตนเองก็ไปทำงานเพื่อส่งเงินมาเป็นค่าเลี้ยงดู จึงบอกได้ว่าเด็กไทยส่วนใหญ่มักจะใช้ชีวิตอยู่กับปู่กับย่ามากกว่าพ่อแม่เสียอีก ด้วยความเสียสละความสุขส่วนตัวของพวกท่านที่ยอมเหนื่อยให้หลานได้มีกิน ได้สุขสบาย เปรียบเสมือนกับความรักที่มีต่อลูกของคนเป็นพ่อเป็นแม่ จึงไม่แปลกที่เราจะตีความได้ว่าท่านรักหลานเหมือนกับลูกของตนเอง บางครั้งคนเป็นพ่อแม่ก็อาจมองว่าความใจดีของท่านอาจเป็นปัญหาได้ จนบางครั้งก็เกิดบานปลายเป็นความบาดหมางกันในครอบครัวก็มี เราได้ยกตัวอย่างถึงบทบาทของคนเป็นปู่ และ ย่าที่มีต่อหลานอย่างชัดเจน ส่วนในวันนี้เราจะมาดูบทบาทของหลานมีต่อปู่ย่าว่ามีอะไรกันบ้าง 5 บทบาทสำคัญที่พึงมีต่อปู่ย่า – ตายาย 1.มอบความรักความห่วงใย คุณรู้ไหมว่าปู่หรือย่าอาจรักคุณมากกว่าพ่อแม่เสียอีก ความรักเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือสัญชาติญาณมนุษย์ เราควรจะมอบความรักกลับแก่ท่านอย่างเหมาะสม ให้มองว่าพวกท่านเปรียบเสมือนพ่อหรือแม่ของเราที่ห่วงใยไม่แพ้กัน 2.เชื่อฟังคำสั่งสอนของพวกท่าน เนื่องจากประสบการณ์ผ่านโลกที่มากกว่า ทำให้ได้รู้จักกับเรื่องดีๆ ร้ายๆ มามาก บ่อยครั้งที่ท่านมักจะเตือนบ่อยๆ สิ่งไหนควรทำ แล้วสิ่งไหนไม่ควรทำ การเชื่อฟังคำสั่งสอนถือเป็นคุณสมบัติของคนเป็นหลานที่ดี เพราะทุกอย่างที่ท่านสั่งสอนล้วนแล้วแต่เพื่อความหวังดี 3.ดูแลเอาใจใส่ด้วยความจริงใจ การดูแลคนเฒ่าคนแก่เป็นเรื่องที่พึงสำหรับสมาชิกในครอบครัว พวกท่านเปรียบเสมือนเป็นเสาหลักของครอบครัว คอยยึดเหนี่ยวสมาชิกทุกคนเข้าไว้ด้วยกัน เป็นที่ปรึกษาในยามทุกข์ใจ เป็นทุกอย่างให้กับหลานรักของพวกเขา ดังนั้นการดูแลเอาใจใส่ท่านด้วยความ 4.เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ในครอบครัว หลานเปรียบเสมือนตัวกลางที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ – ปู่ย่า ไม่ว่าทั้งสองจะมีปัญหาระหว่างกันอย่างไร พวกเขาก็จะยอมจับมือกันเมื่ออยู่ต่อหน้าหลานรักของพวกเขา นี่เป็นอีกตัวอย่างที่ดีถึงคำอธิบายว่า “ความรักชนะทุกสิ่ง” แม้แต่ทิฐิในใจคนเรา

หน้าที่ของผู้หญิงที่ต้องมีต่อครอบครัว

ผู้หญิงถือเป็นเพศที่น่าเคารพนับ ถือเป็นผู้บุกเบิกประเทศชาติอย่างแท้จริง อย่างเช่นในวัฒนธรรมประเทศอินเดียที่มีความผูกพันกับผู้หญิงอย่างมาก จำนวนประชากรมากถึง 50 เปอร์เซ็นเป็นเพศหญิง มีศักยภาพร่างกายและความคิดสูงไม่แพ้กับผู้ชาย เป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาอย่างยั่งยืนในด้านคุณภาพชีวิตในครอบครัว สำหรับบทบาทในครอบครัวที่มีของผู้หญิงคือ ภรรยา ผู้นำครอบครัว ผู้จัดการรายได้ของครอบครัว รวมถึงหน้าที่สำคัญสุดอย่างขาดไม่ได้คือผู้เป็นแม่ ผู้หญิงในฐานะภรรยา สำหรับคนที่เป็นภรรยาถือเป็นคู่ชีวิตของผู้ชาย เธอเป็นคนที่เสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อความสุขของครอบครัว คอยมีหน้าที่บรรเทาความเครียดของสามีตนเอง เพื่อรักษาความสงบและความสงบเรียบร้อยในครัวเรือน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องทำตัวมองโลกในแง่ดีไว้เสมอ คอยเป็นกำลังใจให้กับสามีในยามที่เขาต้องการ เปรียบเป็นเหมือนเธอเป็นแหล่งของแรงบันดาลที่จะทำให้ผู้เป็นสามีหาเลี้ยงครอบครัวได้อย่างเต็มที่และมีความสุข ในฐานะภรรยาที่ต้องอยู่ร่วมกันไปจนวันสุดท้ายของชีวิต เป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องพบเจอปัญหายากๆ เข้ามาในชีวิต มีหลายคนเลือกที่จะทิ้งคุณไว้กับปัญหา แต่มีหนึ่งคนที่จะไม่ยอมทิ้งคุณไปไหนนั่นก็คือภรรยาของคุณนั่นเอง ผู้หญิงในฐานะผู้เป็นแม่ ภาระทั้งหมดของการเลี้ยงดูเด็กส่วนใหญ่จะตกมาอยู่ที่ผู้หญิง เธอจะเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการสั่งสอน คอยดูแลความเรียบร้อย ทุกการกระทำของเธอต่อเด็กล้วนเป็นตัวกำหนดรูปแบบพฤติกรรมของเขาในอนาคต ดังนั้นเธอจึงถือจึงต้องเป็นคนที่มีวินัยสูงสุดในบ้านเพื่อเป็นแบบอย่างให้กับสมาชิกในครอบครัว อย่างที่เรารู้กันดีกว่าครูคนแรกของเราไม่ได้อยู่ในโรงเรียน แต่คือผู้เป็นพ่อแม่ต่างหาก เมื่อเด็กโตผู้เป็นแม่จะต้องคอยถ่ายทอดความรู้พื้นฐานให้กับเด็ก ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดการทำดี ความซื่อสัตย์สุจริต ดังนั้นเธอจึงเป็นคนที่เสียสละและมีความอดทนอย่างมากในฐานะผู้เป็นแม่ที่คอยอุทิศเวลาทำงานเพื่อครอบครัว ส่วนผู้ชายควรเป็นผู้ที่คอยสนับสนุนอยู่ข้างๆ เสมอ ผู้หญิงในฐานะผู้จัดการรายได้ของครอบครัว บางครั้งผู้ชายอาจไม่มีความสามารถพอในการบริหารจัดการเงินได้ดีพอกับผู้หญิง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เราจะเห็นผู้หญิงอาจเข้ามาจัดการรายได้ของครอบครัวแทน โดยมีหน้าที่คอยดูแลรายรับรายจ่ายไม่ให้เกินกำลังของตนเอง คอยดูแลความสะดวกสบาย กำจัดความฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็น อาจสามารถทำอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ในขณะที่อยู่ในบ้าน มักจะเป็นคนที่หาทางประหยัดทุกวิถีทาง อย่างเช่นการเก็บของรีไซเคิลกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ในบ้าน หรือนำไปขายเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายภายในครัวเรือน

ความสำคัญของครอบครัวด้านศาสนา

บางคนมองว่าศาสนาเป็นศูนย์กลางของความสัมพันธ์ในครอบครัวและประเพณี ในขณะที่คนอื่นไม่ให้ความสำคัญกับมันเลยแม้แต่น้อย ศาสนามีบทบาทสำคัญในสังคมมนุษย์มานานหลายร้อยปี เป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คนให้ฝักใฝ่ในความสงบ แต่บางครั้งมันก็กลายเป็นฉนวนของสงครามมาแล้วในอดีต ปัจจุบันนี้ศาสนาถือเป็นเครื่องช่วยรักษาความเชื่อและประเพณีทางศาสนาให้สืบทอดต่อ เป็นเวลาหลายปีที่มีการเริ่มศึกษาวิธีการที่ศาสนาส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของมนุษย์อย่างไร โดยเฉพาะกับสมาชิกในครอบครัว วันนี้เรามาดูถึงความแตกต่างระหว่างครอบครัวทางศาสนา และครอบครัวที่ไม่ใช่ศาสนาเพื่อทำความเข้าใจว่าศาสนามีผลต่อความสัมพันธ์ของพวกเขาอย่างไรกันบ้าง ช่วยให้เกิดความสามัคคีมากขึ้น มีหลักฐานการศึกษาที่ได้ตีพิมพ์ลงในวารสารจิตวิทยา ที่กล่าวว่าผู้ปกครองที่นับถือศาสนาหนึ่ง จะความสัมพันธ์ในครอบครัวที่เหนียวแน่นมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้การวิจัยยังแสดงให้เห็นว่าผู้ปกครองมีความขัดแย้งในปัญหาชีวิตคู่น้อยลง รวมถึงช่วยให้เด็กวัยรุ่นสามารควบคุมอารมณ์และการกระทำของพวกเขาดีขึ้น เหตุผลหนึ่งที่เป็นไปได้ว่าทำไมศาสนาส่งเสริมความสามัคคีได้ นั่นก็เพราะมันส่งเสริมให้สมาชิกทำตามค่านิยมทั่วไปนั่นคือ “การเป็นคนดี” ตัวอย่างเช่นศรัทธาคาทอลิกสอนให้เราดำเนินชีวิตตามคุณธรรมแห่งความรัก ความอดทน และความถ่อมตน สิ่งเหล่านี้มีประโยชน์อย่างมากในสังคมที่ต้องเอื้อเฟ้อประโยชน์ช่วยเหลือซึ่งกัน การสนับสนุนทางอารมณ์และจิตวิญญาณ การเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มศาสนาช่วยให้ครอบครัวมีความมั่นคงทางอารมณ์มากขึ้น ส่วนใหญ่จะมีความเชื่อในเรื่องของ “การชี้นำทางจิตวิญญาณ” การมีชุมชนที่ได้ทำกิจกรรมทางศาสนาร่วมกันทำให้ผู้คนสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกันได้ง่ายขึ้น เราอาศัยอยู่ในโลกที่ซับซ้อนมากขึ้น บางครอบครัวอาจไม่พร้อมที่จะจัดการกับปัญหาของสมาชิกในครอบครัว ชุมชนทางศาสนาเป็นสถานที่ที่ดีในการขอคำแนะนำในช่วงเวลาที่เรากำลังยากลำบาก ผลเสียที่มีในศาสนาต่างๆ เมื่อผู้คนเริ่มมีศรัทธาอย่างแรงกล้า พวกเขาสามารถที่จะเปลี่ยนเป็นผู้คลั่งศาสนาที่พร้อมจะทำตัวรุนแรงกับคนที่ไม่เห็นด้วยกับความเชื่อของตน เราได้พบเห็นข่าวมากมายในทีวีเกี่ยวกับกลุ่มหัวรุ่นแรงทางศาสนา ทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติ ร้ายกว่านั้นคือการก่อการร้าย ความคิดเชิงลบนี้ยังปรากฏในรูปแบบที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นภายในปัญหาครอบครัว ในการศึกษาที่ตีพิมพ์ในรีวิวงานวิจัยทางศาสนา สมาชิกในครอบครัวที่เป็นเกย์ หรือ เลสเบี้ยนบอกว่าพวกเขารู้สึกเหมือนเป็นคนนอกเมื่อใดก็ตามที่พวกเขาเข้าร่วมงานแต่งงานของครอบครัวที่เคร่งศาสนา บางประเทศถึงกับลงโทษร้ายแรงกับคนกลุ่มนี้กันเลยก็มี

ความหมายของคำว่า ครอบครัวที่อบอุ่นอย่างถูกต้อง

‘ครอบครัว’ จัดเป็นหน่วยหนึ่งของสังคม ซึ่งเป็นหน่วยขนาดเล็กที่สุด อันประกอบไปด้วยสมาชิกตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปมาอยู่รวมบ้านเดียวกัน ช่วยกันดูแลรักษา,ออกค่าใช้จ่ายภายในบ้านร่วมกัน อีกทั้งครอบครัวยังจัดเป็นรากฐานหรือสถาบันสำคัญ ของสังคม อันจะมอบการศึกษาพร้อมอบรมสั่งสอนเลี้ยงดูบุตร รวมทั้งสร้างประสบการณ์ในด้านต่างๆ ให้แก่สมาชิกซึ่งอาศัยอยู่ร่วมกัน ตั้งแต่วัยทารกจนกลายมาเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ โดยกลุ่มคนที่มาอยู่ร่วมกันนี้ อาจมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดหรือไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดโดยตรงก็ได้ ซึ่งประกอบไปด้วยบุคคล 2 คนแต่งงานกัน , บุตร , ปู่ย่า – ตายาย รวมทั้งบุคคลอื่นๆซึ่งมาอาศัยอยู่ร่วมกัน โดยบุคคลเหล่านี้ จะถูกสานสัมพันธ์ไปด้วยความรัก , ความห่วงใย และดำรงบทบาทหน้าที่ของตนเพื่อการดำรงอย่างผาสุกอยู่ของครอบครัว บทบาทหน้าที่ของสมาชิกในครอบครัว คือ การที่สมาชิกในครอบครัวดูแลซึ่งกัน ในทางเหมาะสม พร้อมมอบสิทธิความเป็นมนุษย์ขั้นพื้นฐานให้ โดยประกอบด้วยการมอบความรักความอบอุ่น , การให้กำลังใจ , การเอาใจใส่ , การมีส่วนร่วมในกิจกรรมของครอบครัว , การมอบการศึกษา , การอบรมสั่งสอน , วางระเบียบกฎเกณฑ์ทางสังคม , ให้ความคุ้มครอง , ดูแลรักษาเมื่อยามเจ็บป่วย เป็นต้น ดูแลทางด้านเสรีภาพ เช่น […]